ผู้ป่วยที่ติดสุรา มักจะดื่มต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นความเคยชิน หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต สุราจะทำให้สมองเกิดการเสพติด สมองจะดื้อต่อสุรา ต้องดื่มปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ได้ความสุขเท่าเดิม หากไม่ดื่ม ก็มักมีอาการถอนที่ทรมาน เช่น ประสาทตื่นตัว คลื่นไส้ อาเจียน มือสั่น ใจสั่น กระวนกระวาย เป็นต้น ร่วมกับมีความรู้สึกอยากดื่มอยู่เรื่อยๆ เมื่อดื่มสุราเข้าไปเล็กน้อย ก็มักเกิดภาวะติดลมตามมา ทำให้ควบคุมการดื่มไม่ได้ ดังนั้น ผู้ป่วยจึงติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ของการเสพติดสุราโดยไม่รู้ตัว คนรอบข้างมักจะมองเห็นปัญหาได้เร็วกว่า และเมื่อต้องการเข้าไปช่วยเหลือ ก็มักจะมีปัญหาในการช่วยเหลือในช่วงเริ่มต้น จึงมีคำแนะนำสำหรับญาติ มีดังต่อไปนี้
- คุณควรเรียนรู้เรื่องโรคติดสุรา อาการของโรค วิธีการดูแลบำบัดรักษา จากสื่อต่างๆ หรืออาจขอรับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรงก่อนก็ได้
คุณสามารถค้นหาสถานบำบัดใกล้บ้าน หรือติดต่อศูนย์ 1413 ได้ทันที
- คุณควรหยุดการส่งเสริมพฤติกรรมการดื่มสุราโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยคิดทบทวนถึงการกระทำที่เป็นการสนับสนุนพฤติกรรมการดื่มสุรา และหยุดการกระทำนั้น ตัวอย่างเช่น ให้เงินไปซื้อเครื่องดื่ม นั่งดื่มเป็นเพื่อน รอคอยผู้ป่วยกลับบ้านหลังจากไปดื่ม จัดเตรียมอาหารให้เมื่อดื่มสุรา ช่วยโทรศัพท์ไปลางานให้ เพราะว่าเพิ่งสร่างเมา ช่วยวิ่งเต้นเรื่องคดีความจากการเมาสุรา เป็นต้น
- คุณควรส่งเสริมให้ผู้ป่วยรับผิดชอบในผลของพฤติกรรมจากการดื่มสุราด้วยตนเอง เช่น หนี้สิน คดีความ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับงาน เป็นต้น
- คุณควรหมั่นดูแลตนเองด้วย โดยทั่วไปสมาชิกในครอบครัวอาจดูแลผู้ติดสุราจนลืมดูแลตนเอง ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำในการดูแลตนเอง เช่น
- ปล่อยวางความคิดความรู้สึกที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวของผู้ป่วย
- กลับมาดูแลจิตใจของตนเองให้เป็นสุขตามที่ควรจะเป็น
- หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเอง
- กระทำตามบทบาทหน้าที่ที่ควรจะเป็นในครอบครัว เช่น การดูแลลูก ดูแลพ่อแม่ เป็นต้น
- ระวังการถูกผู้ป่วยทำร้ายขณะเขาเมาสุรา
- คุณควรขอความช่วยเหลือ จากบุคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการแก้ปัญหาคนในครอบครัวซึ่งติดสุรา มักไม่สามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง ดังนั้นอาจต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ให้คำปรึกษา เป็นต้น
หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์