ให้เริ่มต้นพูดคุยด้วยความห่วงใย สอบถามถึงผลกระทบต่อสุขภาพ หน้าที่การงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โดยจะต้องระมัดระวังว่าเขาอาจไม่ตระหนัก หรือปฏิเสธว่าเขาไม่มีปัญหาและไม่พยายามบังคับให้ผู้ดื่มยอมรับว่ามีปัญหา เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งได้ พร้อมกับให้กำลังใจในการเปลี่ยนแปลงนิสัยการดื่ม
จากนั้นควรแสดงความคิดเห็นว่า เป็นห่วงสุขภาพของเขาเพราะเห็นว่าระยะนี้ดื่มมาก ระบุถึงพฤติกรรมการดื่มสุราของเขาให้ชัดเจนและไม่ตำหนิว่าดื่มแบบเมาหัวราน้ำแล้วค่อยๆอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบในช่วงเวลาที่เหมาะสมและไม่ถูกขัดจังหวะ แสดงท่าทีเป็นมิตรและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง เข้าใจ ไม่ตัดสินถูกผิด และหลีกเลี่ยงการเทศนาสั่งสอน
นอกจากนี้ควรพูดกับเขาในขณะที่มีสติครบถ้วน อารมณ์ปกติ โดยเริ่มเล่าย้อนถึงเหตุการณ์หลายเรื่องในช่วงเวลาขณะเขาดื่มสุราที่เขาอาจจำไม่ได้ แต่เกิดขึ้นจริง เสริมด้วยท่าทีที่จริงใจพร้อมจะช่วยเหลือโดยไม่คาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงความคิดหรือพฤติกรรมทันที เพราะการพูดคุยดังกล่าวเป็นการปูทางที่กล่าวถึงปัญหาจากการดื่มสุราของเขาเท่านั้น และปิดท้ายบทสนทนาว่ายินดีให้ความช่วยเหลือ อะไรที่สามารถช่วยได้ จะทำอย่างเต็มที่
สิ่งที่ควรรู้
- ความตั้งใจแก้ปัญหาด้วยตนเอง อาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลง
- คำแนะนำอย่างเดียวไม่ช่วยแก้นิสัยการดื่ม
- ผู้ดื่มอาจต้องพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองหรือหยุดดื่มมากกว่า 1 ครั้งก่อนจะสำเร็จ
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่ม อาจต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลายอย่าง
- ผู้ที่ดื่มสุราเพียงคนเดียวเท่านั้นจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตนเองในการลด ละ เลิกดื่ม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นเรื่องยาก ก็จะต้องพยายามต่อไป
หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์
อ้างอิง
เบญจพร ปัญญายง. (2553). คู่มือการปฐมพยาบาลผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา. เชียงใหม่: พิมพ์เดือนดี.


