พฤติกรรมที่ส่งเสริมให้ดื่มทางอ้อม

การเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดผู้ดื่ม หรือเป็นบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องปกติที่ทำให้เราอาจมีความรู้สึกเป็นห่วง สงสาร หรือจำเป็นต้องดูแลผู้ดื่มตามบทบาทหน้าที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม เราอาจไม่ทราบว่าพฤติกรรมบางอย่างจากความหวังดีเหล่านี้เป็นการส่งเสริมทางอ้อมให้ผู้ดื่มยังคงมีพฤติกรรมการดื่มต่อไป เรียกได้ว่า เกิดภาวะหรือความสัมพันธ์ที่พึ่งพิงกัน (codependency) กล่าวคือ พฤติกรรมบางอย่างของเราเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้ดื่มนั้นดื่มสุราโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นเราควรเรียนรู้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีอะไรบ้าง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้ดื่มสามารถเลิกสุราได้สำเร็จอีกทางหนึ่ง ตัวอย่างพฤติกรรมดังกล่าวได้แก่ การกระทำพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ผู้ดื่มเรียนรู้ว่า การดื่มสุราจะทำให้เขาได้รับการดูแล เอาใจใส่จากครอบครัว ทำให้คิดว่าหากดื่มสุราก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เกิดโทษหรือผลเสียใดๆเกิดขึ้น เพราะเขาไม่ได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบผลเสียของการดื่มสุราด้วยตนเอง ดังนั้นทางออกของเรื่องนี้ คือการปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เป็นไปในทางที่เหมาะสม คือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการดื่มตามที่กล่าวมา แต่ให้ช่วยเหลือในสิ่งที่เหมาะสมกับผู้ดื่มแทน เช่น การส่งเสริมให้เข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง การหันมาดูแลใส่ใจตนเอง ทำหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งบทบาทภายในครอบครัว และบทบาทตามหน้าที่การงาน รวมถึงเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราและการช่วยเหลือผู้ดื่มอย่างถูกวิธี หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ อ้างอิง พิชัย แสงชาญชัย. (ม.ป.ป.). สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา (Alcohol Help Line) [เอกสารอัดสำเนา]. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.
การส่งเสริมให้ผู้ดื่มเข้าสู่การบำบัดรักษา

วิธีปฏิบัติเพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ติดสุราเข้าสู่การบำบัดรักษา มีดังนี้ หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ อ้างอิง พิชัย แสงชาญชัย. (ม.ป.ป.). สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา (Alcohol Help Line) [เอกสารอัดสำเนา]. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.
วิธีช่วยสามีหรือภรรยาให้เลิกเหล้า

การชักจูงให้สามีหรือภรรยาเลิกสุรานั้น การใช้วิธีการขู่ ดุด่า ขอร้อง หรือกระทั่งยื่นคำขาดเอาความสัมพันธ์มาเป็นเดิมพัน ผลที่ได้อาจไม่คุ้มกับที่เราต้องแลกมา เพราะอาจทำให้คุณเสียใจ เสียแรง และเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เทคนิควิธีการที่เหมาะสม และให้ผลดีในการพูดคุยกับสามีหรือภรรยาที่ดื่มสุรา มีดังนี้ 1. ควรพูดในเวลาที่เหมาะสม นั่นคือ ช่วงที่เขาไม่เมา เพราะตอนนั้นเขามีสติสัมปชัญญะที่จะสามารถรับฟังเหตุผลของคุณได้มากที่สุด ไม่ควรพูดในช่วงที่เขาเมาอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ด่าว่า ไม่ยืนเหนือกว่าเขา หรือมองด้วยแววตาที่ดุดัน เพราะจะยิ่งทำให้เขาก้าวร้าว และอาจจะทำร้ายคุณได้ 2. ไม่เซ้าซี้ให้ผู้ดื่มเลิกสุราอยู่ตลอดเวลา แต่เปลี่ยนเป็นการแสดงความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพด้วยความจริงใจ และชวนไปตรวจสุขภาพแทน หากไม่ได้ผล ควรทิ้งระยะเวลาช่วงหนึ่งแล้วค่อยแสดงความเป็นห่วงสุขภาพอีก 3. หากผู้ดื่มเต็มใจอยากเลิกสุรา หรือบ่นว่าอยากเลิก คุณไม่ควรละเลยโอกาสนี้ โดยสิ่งแรกที่คุณควรทำคือการชื่นชมในความคิดส่วนนี้ของเขา ให้กำลังใจ ให้ความเชื่อมั่นว่าเขาจะทำได้ และคุณจะอยู่เคียงข้างเขา จากนั้นแนะนำวิธีการช่วยเหลือแก่เขา โดยให้ความเชื่อมั่นว่าแพทย์จะสามารถช่วยเหลือเขาให้เลิกสุราได้สำเร็จและไม่ต้องทรมาน จากนั้นจึงพาผู้ดื่มไปยังสถานพยาบาลที่ให้การช่วยเหลือ ในกรณีที่ให้ข้อมูลวิธีการช่วยเหลือจากแพทย์แล้ว ผู้ดื่มยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ไป แต่จะขอหยุดดื่มด้วยตนเอง คุณอาจสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ไปพบแพทย์ และอาจให้ความมั่นใจอีกครั้งว่า การพบแพทย์เป็นวิธีการที่ปลอดภัย ไม่ทรมาน และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง โดยแพทย์จะมีตัวยาช่วยเหลือ แต่หากสามีหรือภรรยาของคุณยังยืนยันที่จะหยุดดื่มด้วยตนเองอยู่ คุณก็ไม่ควรไปเซ้าซี้ต่อ แต่ก็ให้เขาลองหยุดดื่มด้วยตนเองก่อน โดยคุณควรศึกษาเกี่ยวกับวิธีการหยุดดื่มด้วยตนเองเพื่อนำไปช่วยเหลือเขาต่อไป […]
เทคนิคช่วยพ่อกับแม่ให้เลิกเหล้า

หากคุณอยู่ในครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่ดื่มสุราหรือติดสุรา เชื่อได้ว่าคุณคงเกิดความทุกข์ใจกับพฤติกรรมการดื่ม และห่วงใยในสุขภาพของท่าน เพราะอายุที่มากขึ้น บวกกับการดื่มสุรา อาจทำให้ท่านเกิดความเจ็บป่วยต่างๆขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคเก๊าท์ โรคกระเพาะอาหาร หรือโรคอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังอาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น เช่น ขี้หงุดหงิด โวยวาย บางคนขนาดถึงขั้นทำลายข้าวของ หรือทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้แน่นอนว่าคุณคงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณ เทคนิคในการช่วยพ่อกับแม่ให้หยุดดื่ม มีดังนี้ 1. ถามท่านด้วยความห่วงใยในสุขภาพ ถามท่านว่าเวลาไม่ได้ดื่มมีอาการเหล่านี้ไหม เช่น หงุดหงิด นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียน มือสั่น ทรมานใช่ไหม ถ้าได้ดื่มอาการเหล่านี้จะหายใช่ไหม บอกให้ท่านรู้ว่าอยากอยู่กับท่านไปอีกนานๆ รวมถึงแสดงความรักต่อท่านโดยการบอกว่าเรารักท่านเพียงใด บอกท่านว่าอาการเหล่านี้คุณหมอมีตัวช่วยทำให้หยุดดื่มได้ นอนหลับได้ อารมณ์ดีขึ้น ไม่ทรมาน สนใจไหม 2. หากท่านยังไม่ยอมไป อาจลองหาบุคคลมาเป็นตัวช่วยเพิ่มเติม เช่น ลูกหรือหลานที่ท่านรักมาก ญาติผู้ใหญ่ที่ท่านเคารพรัก เป็นต้น โดยให้บุคคลเหล่านี้ช่วยพูดจูงใจท่านอีกทางหนึ่ง หากไม่ได้ผลให้ทิ้งระยะไว้สักพัก แล้วค่อยจูงใจใหม่ 3. ควรพูดในเวลาที่เหมาะสม นั่นคือ ช่วงที่ท่านไม่เมา เพราะตอนนั้นท่านจะมีสติสัมปชัญญะที่จะสามารถรับฟังเหตุผลได้มากที่สุด 4. […]
วิธีช่วยลูกให้เลิกเหล้า

วัยรุ่น คือ ผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วง 12-21 ปี เป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคม จึงไม่แปลกที่วัยรุ่นจะเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่างๆได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านพฤติกรรม เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบลองผิดลองถูก ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ยาก (โดยเฉพาะวัยรุ่นตอนต้น) จึงมักเรียกกันว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งพ่อแม่และผู้ปกครองจำเป็นต้องใส่ใจในพฤติกรรมต่างๆของวัยรุ่นอย่างใกล้ชิด ปัญหาพฤติกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งที่มักพบในวัยรุ่นคือ ปัญหาการดื่มสุรา ซึ่งก็มักจะส่งผลกระทบอื่นๆตามมาในหลายด้าน เช่น ส่งผลต่อเรื่องการเรียน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรม การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น การดื่มสุราจึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะหากเกิดกับลูกหลานของคุณ แต่การจะพูดคุยกับวัยรุ่นให้เลิกสุรานั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายนัก เพราะอารมณ์วัยรุ่นไม่คงที่ ชอบท้าทาย ยิ่งถ้าหากบรรยากาศในครอบครัวไม่ดีด้วยแล้ว ก็อาจอาจทำให้วัยรุ่นยิ่งถอยห่างออกไปจากพ่อแม่มากยิ่งขึ้น เทคนิคหรือวิธีการที่จะพูดคุยกับลูก โดยเฉพาะวัยรุ่นให้เลิกสุรามีดังนี้ 1. เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกในการไม่ดื่มสุรา 2. ทำความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม ของวัยรุ่น 3. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรคสมองติดสุรา ปริมาณการดื่มที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย โรคที่เกิดจากการดื่มสุรา ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุยกับลูกได้ง่ายขึ้น 4. เปิดอกคุยกับลูก เรื่องสุราว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยไม่ครอบงำ หรือบังคับจิตใจแต่เป็นการอธิบายเรื่อง ประโยชน์-โทษ […]
เทคนิคช่วยลูกน้องให้เลิกเหล้า

การดื่มสุราส่งผลกระทบต่อผู้ดื่มในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม หรือเศรษฐกิจ โดยในแต่ละด้านก็มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักพบกับผู้ที่ดื่มสุราก็คือปัญหาด้านหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็น ดื่มแล้วเมาไม่สามารถทำการทำงานได้ ขาดงาน มาทำงานสาย มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือเกิดภาวะทางร่างกายที่ส่งผลกระทบต่องาน เช่น มือสั่น สมองไม่แล่น คิดช้า เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อความเจริญเติบในหน้าที่การงาน ทั้งส่วนตัว และส่วนรวม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นนายจ้าง หรือผู้บังคับบัญชา แล้วมีผู้ที่ติดสุราอยู่ในองค์กร คุณอาจต้องเสี่ยงกับผลการทำงานที่อาจจะออกมาไม่ดี หรือไม่เต็มที่นัก ซึ่งก็จะส่งผลเสียต่อไปถึงองค์กรของคุณ ไม่ว่าจะเป็น เสียเวลา เสียรายได้ หรือแม้กระทั่งเสียภาพลักษณ์ที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นัก อย่างไรก็ตาม การทอดทิ้งผู้ดื่ม โดยการปล่อยให้ดื่มต่อไป หรือการไล่ออก อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก เพราะจะทำให้คุณเสียบุคลากรที่มีความสามารถไป ดังนั้นทางออกที่เหมาะสมที่คุณสามารถทำได้คือ การส่งเสริมและช่วยเหลือให้ผู้ดื่มได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยอำนาจทางหน้าที่การงาน คุณสามารถสั่งให้เขาพักงานและเข้าบำบัดรักษาได้ โดยอาจยื่นคำขาดว่าหากเขาไม่บำบัดรักษา อาจส่งผลเสียต่อตำแหน่งงานของเขา หรืออาจถูกไล่ออกได้ ให้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปนแสดงความห่วงใยและเห็นใจ ไม่ใช้น้ำเสียงที่ดุดัน ว่ากล่าว แต่ให้ชี้แจงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของเขาตามความเป็นจริง หากเขายอมรับการบำบัด คุณควรติดต่อหรือแจ้งให้ครอบครัวของผู้ดื่มเข้าร่วมในการช่วยเหลือผู้ดื่มด้วย นอกจากนี้แล้ว การปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในการไม่ดื่มสุรา หรือการมีมาตรการป้องกันการดื่มสุราในสถานที่ทำงาน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้คนในองค์กรไม่ตกเป็นทาสของสุรา […]
เทคนิคการให้กำลังใจ

กำลังใจและการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะหยุดดื่ม กำลังหยุดดื่ม หรือพยายามหยุดดื่มแล้วแต่ไม่สำเร็จ เพราะจะช่วยให้เขามีแรงใจที่จะหยุดดื่มต่อไป หรือกลับมาตั้งใจแน่วแน่ที่จะหยุดดื่มอีกครั้ง ดังนั้นคนในครอบครัว และคนรอบข้างของผู้ดื่มจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงเทคนิคของการให้กำลังใจผู้ดื่ม เพื่อเป็นอีกแรงปัจจัยที่จะช่วยเหลือผู้ดื่มได้ โดยเทคนิคการให้กำลังใจผู้ดื่มนั้นมีดังนี้ 1. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มของผู้ดื่มก่อน เพราะก่อนที่จะให้กำลังใจผู้ดื่ม อันดับแรกเราจำเป็นต้องเข้าใจว่าการที่เขายังดื่มอยู่นี้ หรือการดื่มที่ผ่านมา เกิดจากการที่สมองของเขาเสพติดสุรา สมองของเขาเรียนรู้ที่จะดื่ม และจะต่อต้านเขาหากเขาจะหยุดดื่ม ซึ่งการหยุดดื่มมักสร้างความทรมานให้กับเขา เพราะมักเกิดอาการถอนพิษสุราเกิดขึ้น เช่น อาการมือสั่น ใจสั่น หงุดหงิด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เป็นต้น สุราจึงเหมือนเป็นสิ่งที่จะช่วยบรรเทาให้เขาหายจากความทรมานได้ง่ายที่สุด ผู้ดื่มหลายคนลึกๆในใจอาจอยากเลิก แต่ด้วยความทรมานที่เกิดขึ้น จึงทำให้เขาไม่สามารถเลิกได้ การที่จะฝืนแรงกระตุ้นจากสมองนั้นไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย ยิ่งหากเขาเป็นโรคติดสุรา ก็เทียบได้กับการเป็นผู้ป่วยทางกายคนหนึ่ง ที่ศักยภาพตัวบางอย่างเขาบกพร่องไป จำเป็นที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือ หากเราเข้าใจในตัวเขาแล้วเช่นนี้แล้ว ความโกรธที่เคยมีก็จะลดลง แทนที่ด้วยความเห็นใจและเข้าใจ เกิดเป็นแรงใจสำหรับตัวเราเองที่จะช่วยเหลือผู้ดื่ม 2. หากผู้ดื่มพูด หรือแสดงออกในความคิด ความตั้งใจในเชิงที่จะหยุดดื่ม หรือกำลังหยุดดื่มอยู่ ให้เราพูดชื่นชม ให้กำลังใจ แสดงถึงความเข้าใจ เชื่อมั่นในตัวเขาว่าเขาจะสามารถผ่าพ้นมันไปได้ และเราจะเป็นกำลังใจให้กับเขา โดยการพูดนั้น ให้พูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น นุ่มนวล แสดงความจริงใจผ่านทางท่าทาง และแววตา […]
รักษาแบบผู้ป่วยในกับผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างไร

การบำบัดรักษาผู้ติดสุรา หากแบ่งอย่างกว้างๆ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ เป็นผู้ป่วยใน กับผู้ป่วยนอก ซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะการรักษาที่แตกต่างกันไป ดังนี้ 1. ผู้ป่วยใน เป็นการบำบัดรักษาโดยผู้ป่วยจะต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งจะมีทีมแพทย์คอยให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด การรักษารูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยติดสุราที่มีโรคทางกายและจิตเวชแทรกซ้อน ผู้ป่วยที่ต้องการถอนพิษสุราในโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อเนื่องหลังการถอนพิษ หรือผู้ป่วยที่ไม่มีการสนับสนุนทางสังคมที่เพียงพอ 2. ผู้ป่วยนอก เป็นการบำบัดรักษา โดยผู้ป่วยไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล สามารถไปกลับบ้านได้ เพียงแค่มาเข้ารับการบำบัดรักษาตามที่แพทย์นัด การรักษารูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีโรคทางกายและจิตเวชแทรกซ้อน และมีการสนับสนุนทางสังคมที่ดี แต่ปัญหาที่มักจะพบบ่อย คือ ผู้ป่วยมักหยุดเข้าร่วมโปรแกรมก่อนกำหนด จึงทำให้ผู้ป่วยมักไม่ประสบความสำเร็จในการหยุดดื่มในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดในรูปแบบใด สิ่งที่สำคัญคือ ผู้ป่วยต้องเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ร่วมกับการดูแลตัวเอง การตระหนักถึงเป้าหมายที่จะหยุดดื่ม หมั่นเติมความหวังกำลังใจ นอกจากนี้ การมีแรงสนับสนุน และแรงใจจากคนใกล้ชิด ก็จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการหยุดดื่มมากยิ่งขึ้น หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ อ้างอิง พิชัย แสงชาญชัย. (ม.ป.ป.). การบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดสุรา [เอกสารประกอบการบรรยาย]. ม.ป.ท.: […]
บำบัดแล้วเลิกได้จริงไหม

การดื่มสุราสามารถส่งผลต่อผู้ดื่มและคนรอบข้างได้หลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจ สังคม หน้าที่การงาน เศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาทางด้านกฎหมาย ซึ่งผลกระทบเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ดื่มตัดสินใจไปบำบัดรักษา หรือคนรอบข้างพาผู้ดื่มไปบำบัดรักษาในสถานพยาบาลต่างๆ ซึ่งหลายครั้งพบว่า ผู้ดื่มบางคนสามารถเลิกสุราได้สำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีหลายคนที่ออกมาแล้วยังดื่มเหมือนเดิม ดังนั้นแล้ว การบำบัดรักษาสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริงหรือไม่ การที่ผู้ดื่มจะสามารถเลิกสุราได้สำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ จะเห็นได้ว่า การบำบัดรักษาเพื่อเลิกสุราเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่ง ที่มีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในการเลิกสุรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลิกสุราและเข้าร่วมการบำบัดอย่างต่อเนื่อง หากผู้ดื่มที่ไม่พร้อมในการบำบัดรักษา ก็อาจทำให้กระบวนการรักษาเป็นไปได้ช้า หรือเมื่อสิ้นสุดกระบวนการรักษาลง ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะกลับไปดื่มซ้ำได้ และท้ายที่สุด การที่ครอบครัวคอยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจ และสนับสนุนให้เกิดการหยุดดื่ม ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ผู้ดื่มมีกำลังใจที่จะต่อสู้ จนสามารถเลิกสุราได้สำเร็จ หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์
ทำไมบำบัดตั้งหลายครั้งยังไม่หายอีก

อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้ดื่มหรือญาติบางคนมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการบำบัดรักษานั่นคือ พาไปบำบัดรักษามาหลายครั้งแล้ว แต่ทำไมยังผู้ดื่มยังเลิกไม่สำเร็จ พอกลับบ้านก็กลับมาดื่มเหมือนเดิม ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการรักษา และท้อแท้ใจ ไม่มีทางออก โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่ผู้ดื่มผ่านการพบแพทย์หรือบำบัดรักษาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ อาจมีได้จากหลายสาเหตุด้วยกันดังนี้ 1. ผู้ดื่มไม่พร้อมที่จะเลิก ไม่เต็มใจ หรือถูกบังคับให้เลิก ซึ่งความไม่พร้อมด้วยตนเองเหล่านี้เป็นอุปสรรคขัดขวางการบำบัดรักษา ผู้ดื่มอาจเข้าร่วมโปรแกรมการบำบัด แต่ไม่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการบำบัด เพราะรู้สึกไม่พอใจ หรือต่อต้านการบำบัด ดังนั้นการเข้าบำบัดรักษาโดยที่ผู้ดื่มมีแรงจูงใจที่จะบำบัดด้วยตนเอง จะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขามีโอกาสเลิกสุราได้สำเร็จ 2. สภาพแวดล้อมหลังกลับจากการบำบัดรักษา กล่าวคือ หลังจากออกจากสถานบำบัด หรือโรงพยาบาล สภาพแวดล้อมของที่บ้าน อาจทำให้เกิดการกลับมาดื่มซ้ำได้ง่าย เช่น มีเพื่อนชวนดื่ม บ้านเป็นร้านขายของชำ ซึ่งมีการขายสุราร่วมด้วย หรือมีการตั้งวงดื่มสุราบริเวณแถวบ้าน เป็นต้น ซึ่งสภาพการณ์เหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอยากดื่ม และหลีกเลี่ยงที่จะพบได้ยาก อย่างไรก็ตาม พึงตระหนักว่าจิตใจที่เข้มแข็ง เป้าหมายที่ชัดเจน และการฝึกฝนที่จะรู้จักหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ จะนำพามาซึ่งความสำเร็จ นอกจากนี้ อาจหาตัวช่วยเพิ่มเติม เช่น พูดคุยกับเพื่อนที่ไม่ดื่ม หากิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจที่จะดื่ม เป็นต้น 3. ความคิดที่ประมาท นั่นคือ หลายคนหยุดดื่มได้หลายเดือนแล้ว จึงคิดว่าตนเองควบคุมการดื่มได้ เมื่ออยู่ในงานสังคม หรือเพื่อนชวนดื่ม ก็ตั้งใจว่าจะดื่มเพียงนิดเดียว […]